วิทยาศาสตร์ สอนให้คนมีความคิดเป็นเหตุเป็นผล
นักวิทยาศาสตร์ ได้พยายามพิสูจน์สมมติฐานนานาจิตตัง
ไม่เว้นแม้กระทั่ง...ความรัก
ลองอ่าน 13 วิธีต่อไปนี้
แล้วตอบตัวเองว่า...จริงหรือไม่?

 

I :: หน้าตาคล้ายกัน ฤาจะเป็นเนื้อคู่ ::
เรากำลังพูดถึง “คนที่คล้ายเรามากที่สุด”
ไม่เพียงแต่หน้าตา แต่มีนัยหมายถึง คนที่มีภูมิหลังคล้ายๆ กับเรา
มีความสนใจเรื่องเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
รสนิยม ค่านิยม ความเชื่อ ฯลฯ คล้ายคลึงกัน
เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะ “ธรรมชาติ มักจะดึงเราไปหาคู่ที่หน้าตาคล้ายเรา”
เรื่องนี้ เซอร์ฟรานซิส กัลทัน นักวิทยาศาสตร์คนสำคัญ ((ของใครไม่ทราบ))
สนใจปรากฏการณ์นี้ตั้งแต่ 100 ปีที่แล้วโน่น
และจากความสนใจนี้ ก็ได้มีผลการวิจัยหลั่งไหลตามมายืนยัน
เรื่องความคล้ายกันระหว่างคู่รักหลายคู่อีกด้วย

 

II :: รักแท้แพ้ใกล้ชิด ::
((ไม่เกี่ยวกับเดนทิสเต้อย่างที่โฆษณา อิอิ))
และนี่คือกฎเหล็กพิชิตรัก...“จงวางตัวเข้าใกล้เป้าหมายรักของเราเข้าไว้”
โต๊ะทำงานใกล้กัน สบตากันทุกวัน หรือจะบ้านใกล้กัน เดินเจอกันทุกวัน
ทำอย่างไรก็ได้ ขอให้มีโอกาสได้ปะหน้ากันบ่อยๆ
คุ้นเคยกันเหมือนหมาคุ้นกลิ่นเจ้าของ
รับรองต้องรักกันสักวัน
นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเรามักลงเอยกับเพื่อนเก่า เพื่อนร่วมงาน เด็กข้างบ้าน
เพื่อนข้างห้อง เพื่อนของน้อง พี่ของเพื่อน ฯลฯ
ยกเว้น...จะไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรกเห็นเท่านั้นแหละ

 

III :: เพื่อน...กรูรักมึงว่ะ ::
ดร.อาเทอร์ แอรอน นักจิตวิทยาสังคม บอกว่า...
“สิ่งที่เร้าอารมณ์ คือ การได้รู้ว่ามีใครบางคนกำลังสนใจเราอยู่
ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกดีต่อตัวเอง ((หลงตัวเอง)) จนอดไม่ได้ที่จะเผื่อแผ่
ความรู้สึกดีๆ ต่ออีกฝ่ายด้วย”
ดังนั้น...รักใครแล้วอย่ามั่วนั่งเป่าสากเงียบกริบ
ตะโกนบอกให้มันรู้กันไปเลย ((ถ้าไม่อาย))
อย่าไปกลัวว่าผลจะเป็นอย่างไร เพราะดีกว่าอึดอัดใจที่ไม่ได้บอก

 

IV :: รู้นะ...สายตามันฟ้อง ::
นักรักมักบอกว่า “รักแรกพบ” มีจริง
สถานการณ์ที่ว่านี้คือ...ถ้าเราได้มีโอกาสสบตาปิ๊งๆ กับเป้าหมายถี่และนานเท่าไร
เราก็จะยิ่งประทับใจกันมากขึ้น เรียกว่า ทอดสะพานด้วยสายตา อิอิ
ที่สำคัญ...ถ้าเรามีรูม่านตาที่เปิดกว้างเท่าไร ((ยังไม่ตายนะ))
ก็จะเปรียบดั่งหน้าต่างของหัวใจที่เปิดกว้างขึ้นเท่านั้น ว้าววว...
เรื่องนี้...เอกคาร์ด เฮสส์ ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยชิคาโก
ได้วิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างที่ได้ส่องดูหน้าคนที่เหมือนกันทุกประการ
ยกเว้นขนาดของรูม่านตา เลือกคนที่รูม่านตาใหญ่กว่า
สรุปคือ...
ตาโตได้เปรียบ และมีเสน่ห์มากกว่าถึงสองเท่า
แม้ว่ากลุ่มตัวอย่างจะดูขนาดรูม่านตาไม่ออกเลย
แต่รูม่านตาที่ขยายกว้าง ก็เป็นสัญญาณของความตื่นเต้นเร้าใจ

 

V :: ขอสัมผัสได้มั้ยจ๊ะ :: ((อย่ามาทำทะลึ่งเบเบ๋))
เรากำลังพูดถึง “ภาษากาย” ซึ่งยังไม่ถึงขั้นสัมผัส ((แค่อยากตั้งชื่อเวอร์ๆ))
ภาษากายประเภทที่ ไม่ไม่ต้องเอ่ยถ้อยวจีใดๆ ก็สื่อสารกันได้
แบบที่ทรงพลานุภาพที่สุดคือ “จ้องตา” และ
“ยิ้ม”
ตามด้วยท่าทางกระแดะ แอ๊บแบ้ว ต่างๆ ที่คิดได้ในตอนนั้น
อัลลัน พีซ ((ผู้เขียน The Definitive Guide to Body Language)) บอกว่า
“สิ่งเร้าใจผู้ชาย คือ ท่าทีโอนอ่อนผ่อนตามของผู้หญิง
รวมถึง การเผยให้จุดอ่อนไหวในร่างกาย”
อย่าเพิ่งคิดไปไกล...จุดอ่อนไหวในร่างกายผู้หญิง เช่น
ข้อมือ ช่วงคอ การนั่งไขว้ขา เป็นต้น
ส่วนท่าเท่ๆ ของผู้ชาย ที่จะดึงดูดใจฝ่ายหญิง คือ
การโชว์อาณาเขตโดยการ “นั่งอ้าขา” เผยให้เห็นหว่างขา อิอิ
*** ท่านั่งทรงเสน่ห์ของเจ้าหญิงไดอาน่า คือ
การนั่งไขว้ขาแล้วสอดเท้าของขาบนไว้ใต้น่องขาล่าง

 

VI :: ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะ(ยันฮี)แต่ง ::
สำหรับผู้หญิง ลืมเรื่องความงามจากจิตใจไปได้เลย
เพราะเกือบทุกคนบนโลกล้วนมองว่า คนที่ดูดี ฉลาด เซ็กซี
จะประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่ดูธรรมดาไปจนถึงบ้านน๊อกบ้านนอกกก...
จากมุมมองของนักทฤษฎีวิวัฒนาการสังคม ว่าไว้ดังนี้
“เราให้คุณค่าต่อคุณลักษณะบางอย่าง ที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการสืบทอดเผ่าพันธุ์”
แหม...แทบจะเป็นการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ตามกฎของเมนเดลเลยทีเดียว
และนี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้ชายชอบผู้หญิงอายุน้อยกว่า
ผมดำเงางาม สะโพกใหญ่กว่าเอวประมาณหนึ่งในสาม
((ซึ่งบ่งบอกถึงความเยาว์วัยและความสมบูรณ์ของสุขภาพร่างกายที่พร้อมมีลูก))
ส่วนผู้หญิงจะชอบผู้ชายที่อายุมากกว่า เพราะรวย เอ้ย...ไม่ใช่
เพราะพวกเขามีแนวโน้มที่จะมีความพร้อมเอื้อต่อการมีลูก

 

VII :: อบอุ่นได้เปรียบ ::
จากข้อที่แล้ว...ผลวิจัยพบว่า ในโฆษณาหาคู่ของผู้หญิงจะเน้นเรื่องรูปโฉม
ผู้ชายจะเน้นเรื่องทรัพย์ ส่วนหญิงที่อายุมากหน่อยมักไม่ค่อยเป็นที่ต้องการของตลาด
ขณะที่ชายสูงอายุกลับขายดีอย่างกับแจกฟรี
กรณีนี้...เราๆ ท่านๆ ที่หน้าตาบ้านๆ โหลๆ ไปจนถึงโหลยโท่ย อย่าเพิ่งลาหมาแก่ตาย
เพราะมีคำๆ หนึ่งอยากจะบอกให้ฟัง นั่นคือ
“อบอุ่น”
เหมาะมากที่จะใส่ลงในโฆษณาหาคู่ทุกรูปแบบ
เพราะมันหมายถึงคนที่มีความสุข เข้าสังคมได้ดี ฉลาด และเป็นที่ชื่นชอบ

 

VIII :: ระวังเรื่องอุดมคติกับความเป็นจริง ::
งานวิจัยของ ซารา กูตีเรส กับดักลาส เคนริก ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยรัฐแอริโซนา
บอกว่า
“มาตรฐานที่สูงส่งของอุดมคติ ทำให้คู่ของเราในความดูต่ำต้อยด้อยค่า”
นั่นคือ เรามักนำคู่ของเรา หรือว่าที่คู่ ไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานที่ค่อนข้างสูง
เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ผลกระทบจากสิ่งตรงกันข้าม
ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อเรารับรู้ในความแตกต่างซึ่งจะบิดเบือนไปตามลำดับของสิ่งที่พบเห็น
เช่น เมื่อเรามองวัตถุสีทึบชิ้นหนึ่ง หลังจากที่เพิ่งมองวัตถุสีสว่าง
วัตถุสีทึบจะทวีความทึบโดยอัตโนมัติยิ่งกว่าเมื่อมองครั้งแรก
แม้ไม่ต้องนำไปเทียบกับสิ่งอื่นใดเลย

 

IX :: กลิ่นนำทาง ::
สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดให้เราไปหาคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันแตกต่างไปจากเรา
ซึ่งทำให้เกิดข้อได้เปรียบที่จำสืบทอดไปยังรุ่นลูกหลาน
ก่อให้เกิดภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งยิ่งยวดมากขึ้น คือ กลิ่น
ซึ่งเราจะเช็กระบบภูมิคุ้มกันของผู้อื่นได้ด้วย “การดม” นั่นเอง
คลอส เวเดไคนด์ นักสัตววิทยา มหาวิทยาลัยเบิร์น
ค้นพบเรื่องนี้จากการทำวิจัยโดยการทดลองให้กลุ่มตัวอย่าง
ดมกลิ่นเสื้อยืดของคนแปลกหน้าที่สวมไว้ 48 ชั่วโมง โดยไม่ได้ซัก ((แหวะ))
พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนความเซ็กซีของกลิ่น
โดยเทคะแนนให้คนที่มีระบบยีนคุ้มกันแตกต่างกับตัวเอง
ดังนั้น อย่าสะอาดเกินไป เพราะคุณอาจกำลังทำลายความเซ็กซีของตัวเอง
((ไม่ได้แนะนำให้คุณไปทำจมูกฟุดฟิดๆ ใส่คนอื่นนะคะ))

 

X :: รักโลดโผน ::
((มาตกที่เลขโรมัน X แบบไม่ได้ตั้งใจจริงๆ))
ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น มักจะนำไปสู่ความดึงดูดทางเพศ
ไม่ว่าจะปลุกเร้าจากความกลัว ความสุข หรืออะไรก็ตาม
ที่เราได้ร่วมกับเป้าหมายของเรา
ก็จะยิ่งทำให้เขาหรือเธอดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ซินดี เมสทัน กับเพนนี ฟลอริก นักจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเทกซัส ทดลองโดย
ให้กลุ่มตัวอย่างต่างเพศเล่นรถไฟเหาะและให้คะแนนกันและกัน
พบว่า ผลกระทบจากการถ่ายโอนความตื่นเต้น คือ
ไม่ว่าหัวใจเราจะโยกคลอนจากประสบการณ์ใดๆ ก็ตาม
ถ้าเราโยงเข้ากับคนที่เราร่วมประสบการณ์นั้นๆ ด้วย
เราก็จะรู้สึกติดอกติดใจเขาหรือเธอคนนั้น

 

XI :: ชื่อดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ::
อัลเบิร์ต เมราเบียน ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย พบว่า
“ชื่อบางชื่อ เชื่อมโยงกับคุณลักษณะในทางลบ”
ซึ่งอาจทำให้ถูกมองว่า มีศีลธรรมน้อยกว่า เป็นที่ชื่นชอบน้อยกว่า
และประสบความสำเร็จน้อยกว่า
เช่น ถ้าคุณมีชื่อที่เหมือนกับคนทีชื่อเสียง
คนอาจมองว่าคุณมีบางอย่างเหมือนคนเหล่านั้น
ไม่เชื่อลองถามคุณอนันดา เทพบุตรแห่งเกาะวานูฮาตูดูดิ๊

 

XII :: แอลกอฮอล์มีฤทธิ์...หลอน ::
อ็อกเดน แนช นักกวี กล่าวว่า
“น้ำตาลนั้นหวานกล่อมลิ้น แต่สุรากินแล้วใจแตกซ่าน”
ศ.เจมี เพนนีเบเคอร์ มหาวิทยาลัยเทกซัส ทำการทดลองกับนักเที่ยวกลางคืน
โดยให้กลุ่มตัวอย่างลงคะแนนให้เพศตรงข้ามที่เป็นเป้าหมาย
ในช่วงเวลา 21.00 น. 22.30 น. และเที่ยงคืน
พบว่า ทั้งสองเพศดูดีที่สุดตอนเที่ยงคืน
ไม่ได้หมายความว่า “เมาจนตาลาย” แต่หมายถึง
ยิ่งเวลาในการหาคู่น้อยลงเท่าไร
ใครก็ตามที่อยู่รอบๆ ตัว ก็จะเริ่มดูดีขึ้น 55+

 

XIII :: มีสุขร่วมเสพ ::
ยิ่งเรารู้สึกดีเท่าไร เราก็จะยิ่งรู้สึกชอบคนที่เราอยู่ด้วยมากขึ้นเท่านั้น
เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะกำลังจะรัก หรือรักไปแล้ว
เราก็ควรมีส่วนช่วยให้เขาหรือเธออารมณ์ดีขึ้นยามที่บรรยากาศหมองมัว
ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องแบกรับสุขหรือทุกข์เหล่านั้นไว้ด้วยกัน
แต่เราควรพิถีพิถันในการเลือกสถานที่หรือคำพูดดีๆ ให้รู้สึกผ่อนคลาย
อย่าลองของด้วยการพาไปในที่ระทึกขวัญ หรืออันตราย
เพราะจะยิ่งสร้างความกดดัน และจะทำให้แต้มสะสมของเราติดลบด้วย

 

.
.
.

เมื่อดำเนินการมาครบทุกวิถีทางแล้ว...ลองดูคำแนะนำทิ้งท้ายนี้กันนะคะ
“ถ้าคุณไม่อยากกินแห้ว ก็ต้องพาคู่นัดไปกระโดดบันจีจัมพ์ ((สร้างความตื่นเต้น))
ต่อด้วยดูหนังสักเรื่องที่นักแสดงหน้าตาบ้านๆ ยิ่งกว่าเรา ((ลดการเปรียบเทียบ))
ก่อนจะจบลงที่บาร์แสงไฟสลัวๆ แม้ว่าจะยังไม่เมาจนตาลาย
แต่ความมืดก็น่าจะช่วยขยายรูม่านตา
ช่วยเพิ่มโอกาสสมหวังให้เราได้ คริคริ”

Ref. : Reader’s Digest feb. 07, Google

Comment

Comment:

Tweet

เป็นกฏอย่างหนึ่งเลยนะเนี่ย การหาคู่big smile big smile big smile big smile

#20 By I am never die on 2008-02-19 09:12

ตำราไหนฟระเนี่ย

#19 By Born to be...Me on 2008-02-16 22:33

เชื่อค่ะ ว่ารักแรกพบมีจริง
และรักแท้แพ้ใกล้ชิด ก็จริงด้วยค่ะconfused smile

#18 By ๑~* D-a-O *~๑ on 2008-02-14 20:52


ยังไงก็ได้จ้า

ขอให้ ปกติ เป็นพอ 555

#17 By PP.. on 2008-02-14 19:30

เอ่อ...ข้อสิบหนึ่ง พาดพิงก๊าบ

อนันดาไม่ตอบโต้

เพราะว่า...คุณแม่ ขอย้องงงงงงงงง

#16 By iheartia on 2008-02-14 15:58

อืม น่าคิด ความโรแมนติกนี้มีเบื้องหลัง open-mounthed smile

#15 By คาโตเน่ on 2008-02-14 13:28

ถ้าเกิดใช้ทุกขั้นตอนแล้วยังไม่เป็นผล
จะทำไงต่อดีง่ะ

sad smile

#14 By แก้วตา on 2008-02-14 13:19

นึกถึงน้องแอฟ ในจำเลยรักแล้วต๊อแต๊

พี่อั้มทั้งกักขัง หน่วงเหนี่ยว ทั้งกด ทั้งขี่ อิอิ

แต่ก็รักกันจนได้อะนะ


มันเป็นอาการทางจิตชนิดหนึ่ง ที่เขาเรียกว่า

"อาการหลงรักผู้ที่อยู่ในภาวะแข็งแรงกว่า" (ประมาณนี้อะนะ)

เหมือนตัวประกันที่หลงรักโจร หรือ ผู้ถูกคุ้มครอง หลงรักผู้คุ้มครอง ((แบบใน เดอะ รปภ. เอ้ย !! เดอะ บอดี้การ์ด อ่ะ))
แหะๆ เม้นท์ยาวเนอะ

ยังมีแอบย่องมาอีกกรอบแน่ะ question

ขำ คคห.ที่ ๙อ่ะ confused smile confused smile confused smile แหม่..สาวๆเค้าชอบหนุ่มหุ่นดีเหมือนหนุ่มชอบสาวหุ่นดีนะคะ

ชอบมองก้นหนุ่มๆว่าเซะซี่เนี่ย คือ... ก้นมัน งอลลล เงี้ยะ เซะซี่ฮ่ะ

#12 By เหาน้อย (202.90.122.33) on 2008-02-14 11:54

โอ้ว้าว ไม่แน่เชื่อว่าที่กล่าวมานั้นข้าพเจ้าเคยลองเกือบทุกข้อแล้ว ผลก็คือ อย่างที่เห็น นั้นแหละ อิอิ

Happy วันวาเลนไทน์นะจ๊ะ

#11 By Kate on 2008-02-14 11:50

กี๊ซซซ ขอบอ่ะค่ะ ๕๕๕

อ่านแล้วตอบยาวๆได้ป่าว
ข้อแรก..เอ่อ... คือ อยากให้โอกาสกับลูกในอนาคตให้ได้..มีหน้าตาที่ดีขึ้นมั่งอ่ะ ไม่เลือกนะ


๒. ใกล้?? ตายสิ อาศัยอยู่ในดาวอื่นนี่น่ะ จะใกล้ใครได้อ่ะ หมดไปอีกข้อ

๓. งึม... หลงตัวเอง ก็เป็นนะ ประเภทหลงว่าเค้าไม่รักทั้งๆที่จริงๆเค้ารักน่ะ ก๊ากกกกกกกก
เลยไม่เคยกล้าบอกอะไรใครไง ไม่เอาอ่ะ ผ่านไปอีกแระ

๔. สายตา
ตายอีกหน ..เห้อ ตาออกแนวเซ่อน่ะ ขนาดจ้อง หา ค้น พลิก ยังหาไม่เจอ จะเอาอะไรไปสบกับใครเนี่ย
เดินไปเตะไป เหยียบอ่างกะปิไปตลอดทางแหละ

เรื่องตาโตเนี่ย ก็โตยู้..แต่ว่า...ชอบตี๋ๆอ่ะ ฮี่ๆ ทำไงดีมันไม่แมทช์ซะแระ


๕. โย่ว..เพิ่งรู้ว่านั่งเหมือนเจ้าหญิงนะเนี่ย ฮี่ๆ
(มีแค่นั้นล่ะที่เหมือน โธ่ถัง)

๖. แต่งแล้วเหมือนกะเทย ..แป้กไปอีกข้อ

๗. อือ ใช่ๆๆ จริง ใครๆก้อชอบเนอะ คนเงี้ยะ อบอุ่นๆ นิสัยดี แหม่....

๘. เอ่อ....
นั่นสิ มัวฝันซะล่ะมั้ง เลยไม่เคยรู้สึกอะไรได้มากกับเรื่องจริงเล๊ย

๙. ขอแหวะได้ม่ะ
กลิ่นๆเนี่ย นึกทีไร นึกไปถึงฝรั่งในรถใต้ดินหน้าร้อนทุกทีอ่ะ แหวะะะะะะ

๑๐. .................. กรั่กๆๆๆๆ อย่ามาเลย รู้นะ ว่า จขบ.คิดอาราย ถึงมาลงเอาเลขโรมันเนี่ย
เอ่อ โอกาสโลดโผนนี่มันมีกันง่ายๆที่ไหนเล่า..เห้อ

๑๑. งึมงัม...

ชื่ออะไรดีเนี่ย น้องน่ารัก น้องสวย น้องดีและเก่ง น้องสวยและโง่... แบบไหนดีเนี่ย

๑๒. ก๊ากกกกกกกกกกก อ่ะนะ เวลาในน้องลง รอบตัวเลยดูดีขึ้น ประมาณว่าตัวเลือกหมดแล้ว มีแค่เนี้ยะ อย่าเรื่องมาก
ใช่ป่าว

๑๓. จำๆๆๆ จะต้องหาทางพาไปทำให้รู้สึกดีด้วยกันให้ได้

ว่าแต่..ยังหาคนจะพาไปไม่เจอเลยอ่ะ




สรุป
รอให้มืด เมา และ ตัดทอนตัวเลือก...ชิมิ โหยยยยยยยย เขียนมาตั้งยาว
เง้อsad smile cry

#10 By เหาน้อย (202.90.122.33) on 2008-02-14 11:49

อืมม์ นั่งอ้าขา เหรอ ยังไม่ค่อยได้ทำ
เดี๋ยวเที่ยงนี้ไปกินข้าว ลองซักนิดดีกว่า

(((เคยมีหยิงมาชอบ เธอบอกว่าชอบตอนเดินแอ่นตรุดน่ะ แปลกจริงๆเลย)))

#9 By กมลหนุ่ม on 2008-02-14 11:24

#6 By สายลมที่ผ่านมา

เจ๊ก็ติดละครน้ำเน่าเรอะ

วิถีแม่บ้านจริงๆ 555+

งี้แหละ บางทีชีวิตจริงก็เน่ากว่าละครอ่ะเจ๊

นึกถึงน้องแอฟ ในจำเลยรักแล้วต๊อแต๊

พี่อั้มทั้งกักขัง หน่วงเหนี่ยว ทั้งกด ทั้งขี่ อิอิ

แต่ก็รักกันจนได้อะนะ sad smile

#8 By me'june on 2008-02-14 10:58

#3 By สายลมที่ผ่านมา

มาคิดอีกที...

บางเรื่องมันก็มียกเว้นว่ะพี่ 555+

#7 By me'june on 2008-02-14 10:49

Hot! ข้อนี้ III :: เพื่อน...กรูรักมึงว่ะ ::
"ท่าจะจริง"

แต่

ข้อนี้ II :: รักแท้แพ้ใกล้ชิด ::


ที่ว่า

ยกเว้น...จะไม่ถูกชะตากันตั้งแต่แรกเห็นเท่านั้นแหละ

ไม่น่าจะจริง เพราะเห็น นางเอกกะพระเอก จะทะเลาะและเกลียดกันก่อนทุกทีเลย

ชิมิ !!! sad smile
#2 By ไอ้เสือ (น้อย)

อ้าว...

รัดถะบาน...ส่งเสริมให้คนเรียนรู้ตลอดชีวิต

ชุมชนเรา...ก็น่าจะส่งเสริมให้คนมีความรักตลอดชีวิตนะ อิอิ

สุขสันต์เช่นกันค่ะ

#5 By me'june on 2008-02-14 10:44

#1 By rinn

อ่านะ...อย่าให้แก่ เอ้ย...อุ่นมากละกัน 555

#4 By me'june on 2008-02-14 10:42

ถ้าคุณมีชื่อที่เหมือนกับคนทีชื่อเสียง
คนอาจมองว่าคุณมีบางอย่างเหมือนคนเหล่านั้น
ไม่เชื่อลองถามคุณอนันดา เทพบุตรแห่งเกาะวานูฮาตูดูดิ๊



เอ้อออออออออออ!!! จริงเหรอ sad smile
อ่านมาซะยาวเลย... แต่นำไปใช้ไม่ทันเสียแล้ว...เฮ๋อออออ...
สุขสันต์วันแห่งรักจ้า...big smile
หนูชอบแบบ...อบอุ่น ๆ ค่ะ

ง่ะ...แปลว่าชอบ "ผู้สูงอายุ" สิเนี่ย

กรี๊ด กรี๊ด....double wink cry

#1 By rinn on 2008-02-14 10:11